กองสลากเตือน ซื้อลอตเตอรี่ออนไลน์ ไม่ได้ครอบครองสลาก ขึ้นเงินไม่ได้



เกิดกรณี คุณครูชาว จ.ชัยภูมิ ท่านหนึ่งไปร้องทุกข์ที่ โรงพักบ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ว่าได้ซื้อสลากงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2564 หมายเลข 292972 จากแพลตฟอร์มขายลอตเตอรี่ออนไลน์แห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับสลากมาครอบครอง ปรากฏว่าสลากดังกล่าว ถูกรางวัลที่ 1 แต่คนขายได้ติดต่อขอจ่ายเงินรางวัลบางส่วน เพียง 1,000,000 บาท ส่วนที่เหลือจะขอจ่ายเป็นเช็คให้งวดละ 500,000 บาท ทุก 15 วันจนครบ โดยอ้างว่าสลากที่ถูกรางวัลถูกพนักงานในบริษัทขโมยงัดตู้เซฟ และนำสลากที่ถูกรางวัลดังกล่าวไป แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งความ

ต่อมาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประสานข้อมูลกับตำรวจบ้านเขว้า ก่อนที่ พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกมาเปิดเผยว่า สำนักงานฯ ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าจากข้อเท็จจริงเป็นเพียงการซื้อขายหมายเลขโดยไม่มีตัวสลากมอบให้กับผู้ซื้อ แต่อ้างอิงผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าข่ายเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 สำนักงานฯ จึงมอบอำนาจให้นิติกร ไปร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำความผิดทุกฐานความผิดจากพฤติกรรมดังกล่าว

สำนักงานฯ ได้มีการประกาศและประชาสัมพันธ์ เตือนผู้ซื้อสลากอย่างต่อเนื่อง ให้ใช้ความระมัดระวังในการซื้อสลากกินแบ่งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ หากยังไม่ได้รับสลากมาไว้ในครอบครอง เมื่อถูกรางวัลท่านอาจไม่สามารถนำสลากมารับเงินรางวัลได้ จากกรณีที่เกิดขึ้นทำให้เห็นแล้วว่า การซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ต่างๆ เมื่อยังไม่ได้รับสลากมาไว้ในครอบครอง ทำให้เกิดปัญหาในการขึ้นเงินรางวัล ดังนั้นเพื่อความมั่นใจในการรับเงินรางวัล ผู้ซื้อควรจะได้รับสลากมาไว้ในการครอบครองทันที่ที่ซื้อ ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นได้อีก

ขอเตือนตัวแทนจำหน่าย และผู้ซื้อจองล่วงหน้าฯ การนำสลากไปขายต่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือเว็บไซต์ต่างๆ เป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขในสัญญา และหลักเกณฑ์การรับสลากไปจำหน่าย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ตั้งแต่งวดวันที่ 1 มีนาคม – 16 พฤษภาคม 2564 สำนักงานฯ ได้ดำเนินการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายรายย่อย สมาคม องค์กร ที่นำสลากไปขายต่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ แล้วจำนวน 3,415 ราย และยกเลิกการลงทะเบียนของผู้ซื้อ – จองล่วงหน้าฯ จำนวน 314 ราย รวมทั้งสิ้น 3,729 ราย จำนวนสลากทั้งหมด 108,786 ฉบับ

และกรณีตัวแทนจำหน่ายสลากขายสลากเกินราคาผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงการฉ้อโกงประชาชน ขณะนี้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ได้ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว รวมทั้งสิ้น 744 ราย